วันพุธที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2556

วิชา เทคโนโลยอินเทอร์เน็ต 3204-2011

 จุดประสงค์รายวิชา
     ๑. มีความรู้ความเข้าใจในระบบการทำงานของเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
     ๒. มีทักษะในการใช้ระบบอินเทอร์เน็ต
     ๓. เห็นคุณค่าในความสำคัญของเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตต่อการปฏิบัติงานธุรกิจ

          และสังคม

มาตรฐานรายวิชา

     ๑. อธิบายมาตรฐานการสื่อข้อมูลบนระบบเครือข่าย
     ๒. ปฏิบัติการสืบค้นข้อมูล ตลอดจนทำการรับ-ส่งไปรษณีย์อิล็กทรอนิกส์

คำอธิบายรายวิชา
 
     ศึกษาและปฏิบัติเกี่ยวกับระบบการทำงานของอินเทอร์เน็ต ระบบเครือข่าย Protocol TCP/IP, Client-Server, DNS, SUBNet, FTP, Telnet, E - mail , WWW การติดตั้งระบบอินเทอร์เน็ตส่วนบุคคล ปฏิบัติการใช้บริการต่างๆ ในอินเทอร์เน็ต การเลือกผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) ปฏิบัติการใช้อินเทอร์เน็ต


สรุป  หน่วยที่ ๑ ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับอินเตอร์เน็ต

ความหมายของอินเทอร์เน็ต
- อินเทอร์เน็ต (Internet) มาจากคำว่า "inter connection Network" คือเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดใหญ่  สามารถติดต่อสืื่อสารเเละเเลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้อย่างรวดเร็วทั่วโลก  โดยอยู่ภายใต้ระเบียบวินัยในการสื่อสารเดียวกัน  ที่เรียกว่าโพรโตคอล (Protocol)
  ลักษณะของระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตเปรียบเสมือนใยเเมงมุมที่ครอบคลุมไปทั่วโลกหลายหลายเเนวทางเเละวิธีในการเชื่อมต่อ  ซึ่งไม่ว่าจะอยู่ทีใดในโลกก็สามารถเชื่อต่อหากันได้

ความเป็นมาของอินเตอร์เน็ต
   เมื่อปี  พ.ศ. 2510 (ค.ศ. 1967) ในช่วงที่โลกกำลังหวาดกลัวในสังึครามนิวเคลียร์  กระทรวงกลาโหมในประเทศสหรัฐอเมริกกา  ( DOD : Department of Defense )  ต้องการที่จะสร้างระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์เพื่อต้องการที่จะแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารทางคอมพิวเตอร์  จึงต้องการริเริ่มที่จะสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่มีความสามารภพิเศษคือ  เมื่อเครือข่ายคอมพิวเตอร์ถูกทำลายเเต่เครือข่ายที่เหลืออยู่ยังสามารถทำงานได้  จึงทำให้เกิดโครงการ  อาร์พาเน็ต ( ARPANET )  ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของหน่วยงานวิจัยทางทหาร  ชื่อว่า  ( ARPA : Advance Researh Project Agency )  เป็นหน่วยงานย่อยในสังกัดของกระทรวงกลาโหมในสหไรัฐอเมริกา  มีหน้าที่สนับสนุนงานวิจัยพื้นฐานทางด้านวิทยาศาสตร์เเละเทคโนโลยี

อินเตอร์เน็ตในประเทศไทย
   ปี พ.ศ. 2529 อาจารย์กาญจนา  กาณจนสุด  จากสถาบันเทคโนโลยีเเห่งเอเชีย  (AIT)  ร่วมกับอาจารย์โทโมโนริ  คิมูระ  จากสถาบันเดียวกัน  ร่วมกันสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์โดยอาศัย
- โมเด็ม NEC ความร็ว 2400Baud
- เครื่องคอมพิวเตอร์พีซี NEC
- สายโทรศัพท์ทองเเดง
   โดยเครือช่ายที่วิ่งได้ด้วยความเร็ว  1200 - 2400 Baud  เเละมีเสียงดังมาก  จากนั้นได้เปลี่ยนไปใช้บริการไทยแพค  ในการสื่อสารเเห่งประเทศไทยซึ่งใช้เทคโนโลยี X.25 ผ่านการหมุนโทรศัพท์ไปยังศูนย์บริการ การสื่อสารเเหง่ประเทศไทย  ทำการรับส่งอีเมลย์กับมหาวิทยาลัยโตเกียว  ประเทศญี่ปุ่น  และมหาวิทยาลัยเมลเบิร์น  ประเทศออสเตรเรียโดยใช้โปรแกรม UUCP ตลอดจนส่งอีเมล์ไปยังบริษัท  UUNET  ที่เวอร์จิเนียร์  สหรัฐอเมริกา  เพื่อนำมาใช้กับงานของอาจารย์เเละการสอนนักเรียนต่อไป
   นับว่าอาจารย์กาญจนา  กาญสูงสุด  เป็นบุคคลเเรกที่เริ่มใช้จดหมายอิเล็กทรอนิกส์รายเเรกของประเทศไทย  หลังจากนั้นได้มีการร่วมมีระหว่างรัฐบาลออสเตรีย  ภายใต้โครงการ The International Development Plan (IDP)  ได้ให้ความช่วยเหลือกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเเละสถาบันเทคโนโลนยีเเหง่เอเชีย  พัฒนาเครือชข่ายคอมพิวเตอ์ในไทยชึ้นมาในปี พ.ศ. 2531  โดยมหาวิทลัยสงขลานครินทร์เเละมหาวิทลัยเทคโนโลยีเเหง่เอเชียมีหน้าที่เป็นศูนย์กลางของประเทศไทยในการเชื่อมโยงไปยังเครือข่ายของมหาวิทยาลัยเมลเบริน  และตั้งชื่อโครงการนี้ว่า TCSnet - Thai Computer Science Network  โดยมีการติดต่อผ่าเนครือช่ายวันละ  2  ครั้ง  จ่ายค่าใช้จ่ายปีละ 4 หมื่นบาท   เเละใช้ซอฟต์เเวร์ SunIII  ซึ่งเป็นระบบปฎิบัติการประเภทหนึ่งที่เเพร่หลายในระบบคอมพิวเตอร์ของออสเตเรีย  (Australian Computer Science Network - ACSnet)


การประยุกต์ใช้อินเตอร์เน็ต
       ยุคปัจจุบันเกิดภาวะของการแข่งขันที่สูงในทุกๆด้าน ฉะนั้น มนุษย์จึงต้องการหาสิ่งที่จะเข้ามาช่วยเพื่อความสะดวก รวดเร็ว ยิ่งขึ้น จึงทำให้เกิดการบริการมากมายบนอินเทอร์เน็ตเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการทำงาน หรือในชีวิตประจำวัน หรือในชีวิตประจำวันของแต่ละบุคคล

       การติดต่อสื่อสาร
              1.ไปรษณีอิเล็กทรอนิกส์ (E-mail)
              2.สนทนาออนไลน์ (Chat)
              3.การสนทนาด้วยภาพและเสียง
              4.กระดานข่าว (Bulletin Board System : BBS)
              5.การส่ง SMS เข้ามือถือ

       การศึกษา
             1.การเรียนการสอนทางไกล (Distance Learning)
             2.บทเรียนอิเล็กทรอนิกส์ (E-Learning)
             3.ห้องสมุดเสมือน(Virtual library)

       การทำธุรกิจออนไลน์ (E-Commerce)
             เมื่ออินเทอร์เน็ตได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของกลุ่มคนจำนวนมากในโลก ซึ่งได้ใช้การบริการต่างๆ ที่อยู่บนอินเทอร์เน็ต ก็จะมีบริการ ซื้อ-ขาย สินค้าบนอินเทอรืเน็ตนับเป็นการบริการอีกรูปแบบหนึ่งที่ได้รับความนิยม

       ข่าวสารประจำวัน
              ปัจจุบันเราสามารถอ่านข่าวสารได้จากอินเทอร์เน็ต เนื่องจากหนังสือพิมพ์และสำนักข่าวต่างๆ ได้นำเสนอข่าวสารทั้งรายวัน รายสัปดาห์ ผ่านทางสื่ออินเทอร์เน็ต ทำให้ผู้ใช้บริการมีความสะดวกในการติดตามข่าวสาร
      
       การท่องเที่ยว
              การท่องเที่ยวภายในประเทศและต่างประเทศ เราสามารถค้นหารายละเอียดในการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่พัก โรงแรม ร้านอาหาร บริษัทนำเที่ยว หรือเส้นทางในการเดินทาง แผนที่ สายการบิน สถานีขนส่ง ทุกสิ่งทุกอย่าง สามารถค้นหาได้จากเว็บไซต์มากมายทำให้สามารถวางแผนในการเดินทางได้สะดวกและถูกต้อง

       ความรู้ด้านสุขภาพ
              ปัญหาด้านสุขภาพเป็นปัญหาสำคัญในการดำเนินชีวิต ในปัจจุบันนี้ก็มีเว็บไซต์มากมายที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพให้ความรู้เกี่ยวกับโรคต่างๆ เช่น โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคเอดส์ เป็นต้น โรงพยาบาลต่างๆ ก็นำนานาสาระด้านสุขภาพและเผยแพร่ข้อมูลความรู้ด้านวิชาการ รวมถึงการตอบปัญหาด้านสุขภาพ ก็สามารถดำเนินการผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้

       ความบันเทิง
              ความบันเทิงบนอินเทอร์เน็ตสามารถหาได้มากมาย ทั้งดูหนัง ฟังเพลง คาราโอเกะ สถานีวิทยุออนไลน์ เรื่องราวข่าวสารในวงการบันเทิงทั่วโลก เว็บไซต์ของภาพยนต์ และโรงภาพยนต์ รวมถึงการจองตั๋วภาพยนต์ผ่านทางอินเทอร์เน็ต ก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน
  
       การสมัครงาน
              วิธีการหางานในอดีตนั้นต้องซื้อหนังสือพิมพ์ที่เกี่ยวกับการสมัครงาน หรือการติดประกาศต่างๆ แต่ในยุคปัจจุบันมีเว็บไซต์ที่ให้บริการด้านการสมัครงาน โดยรวบรวมตำแหน่งงานที่ว่างไว้ให้เลือกตามความรู้ความสามารถของแต่ละบุคคล
 
       ธุรกรรมด้านธนาคารและการลงทุน
              ถ้าต้องการลงทุนในกิจการใดสามารถที่จะสอบถามข้อมูลของการลงทุน แหล่งเงินทุนซึ่งมีธนาคารมากมายที่จัดทำเว็บไซต์ขึ้นเพื่อให้บริการข้อมูลแก่ประชาชน จะเป็นการนำข้อมูลไปใช้ในการตัดสินใจ และสามารถตรวจสอบเปรียบเทียบข้อมูลของแต่ละธนาคารได้ก่อนจะเข้าไปทำธุรกรรมต่างๆ รวมถึงการประมูลทรัพย์สินผ่านธนาคาร ก็สามารถตรวจสอบรายละเอียดของทรุัพย์สินก่อน เพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจประมูลสินค้าชนิดนั้นๆ ได้ นี่คืออีกแนวทางในการใช้บริการบนอินเทอร์เน็ต

       การบริการอื่นๆ
               ยังมีบริการที่ได้รับความนิยมอีกมากมาย เช่น แฟชั้น การเมือง ศาสนา ราดาศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม กีฬา เป็นต้น


ประโบชน์เเละโทษของอินเตอร์เน็ต
        อินเทอร์เน็ตเป็นเทคโนโลยีสื่อสารที่เอื้ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้บริการ แต่เป็นลักษณะของการสื่อสารที่ผ่านทางคอมพิวเตอร์ และช่องทางการสื่อสารชนิดต่างๆ
       
        ประโยชน์ของอินเทอร์เน็ต
                1.สามารถติดต่อสื่อสารกับบุคคลอื่นได้ทั่วโลก
                2.สามารถค้นหาข้อมูลต่างๆได้
                3.เปรียบเสมือนเวทีให้เข้าไปแสดงความคิดเห็นได้ภายในห้องสนทนา
                4.สามารถติดตามความเคลื่อนไหว ข่าวสาร จากทั่วโลกได้อย่างรวดเร็ว
                5.สามารถเปิดการค้าได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องหาสถานที่จัดตั้งร้าน
        โทษของอินเทอร์เน็ต
                1.อินเทอร์เน็ตเป็นเครือข่ายขนาดใหญ่ที่มีผู้คนมากมายได้เข้าไปใช้บริการ
                2.เกิดปัญหาของการละเมิดลิขสิทธิ์
                3.ก่อให้เกิดปัญหาด้านอาจชญากรรมจากการเล่นอินเทอร์เน็ต
                4.ก่อให้เกิดปัญหาการหมกมุ่นของเยาวชน


บัญญัติ 10 ประการของการใช้อินเทอร์เน็ต
          มารยาทในการใช้อินเทอร์เน็ต เรียกว่า บัญญัติ 10 ประการของการใช้อินเทอร์เน็ต โดยอาจารย์ยืน ภู่วรวรรณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
          1.ต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์ทำร้าย หรือ ละเมิดผู้อื่น
          2.ต้องไม่รบกวนการทำงานของผู้อื่น
          3.ต้องไม่สอดแนม แก้ไข หรือ เปิดดูแฟ้มข้อมูลของผู้อื่น
          4.ต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการโจรกรรมข้อมูลข่าวสาร
          5.ต้องไม่ใช่คอมพิวเตอร์สร้างหลักฐานที่เป็นเท็จ
          6.ต้องไม่คัดลอกโปรแกรมของผู้อื่นที่มีลิขสิทธิ์
          7.ต้องไม่ระเมิดการใช้ทรัพย์กรคอมพิวเตอร์โดยที่ตนเองไม่มีสิทธิ์
          8.ต้องไม่นำเอางานของผู้อื่นมาเป็นงานของตนเอง
          9.ต้องคำนึงถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับสังคมที่เกิดจากการกระทำของท่าน
         10.ต้องใช้คอมพิวเตอร์โดยเคารพกฏเกณฑ์ กติกา และมีมารยาท


หน่วยงานที่มีบทบาทในอินเตอร์เน็ตของไทย
          หน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญต่อเครือข่ายอินเทอร์เน็ตของประเทศไทย ได้แก่
           1.การสื่อสารแห่งประเทศไทย
           2. ISP - Internet Service Providers หรือผู้ให้บริการเชิงพาณิชย์ทั้ง 17 ราย
           3.ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตแบบไม่หวังกำไร
           4.THNIC ในฐานะผู้ให้บริกาจดทะเบียนชื่อโดเมนสัญชาติไทย (.th)
           5.NECTEC หรือ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ
           6.ผู้ให้บริการวงจรสื่อสารภายในประเทศ


แนวโน้มการใช้อินเตอร์เน็ต
            ในอนาคตอินเทอร์เน็ตจะเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของมนุษย์มากขึ้น เพราะเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกในการทำงาน เพื่อทำให้งานเกิดประสิทธิภาพ
             ประเทศไทยได้มองเห็นความสำคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ จึงตั้งกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ทำหน้าที่ดูแลด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
              แนวโน้มการลงทุนด้านธุรกิจบนอินเทอร์เน็ตได้เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากมรปริมาณคนที่เข้าไปใช้บริการอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้นทุกวินาที
               อินเทอร์เน็ตจึงเป็นการขยายโอกาศทางการค้าให้กับธุรกิจด้นต่างๆ ที่มิได้มีการซื้อ-ขายสินค้าเฉพาะภายในประเทศ แต่สามารถขยายการค้าได้ทั่วโลก โดยผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต









ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น